The secret of memory : ตอนที่ 9 เผลอ

เมื่อวานหลังจากที่ฉันหาหนังสือการบ้านแล้ว ฉันก็เจอฮีโระระหว่างทางเข้า เขารีบถามฉันใหญ่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า แต่ฉันก็บอกเขาไปเพียงแค่ว่าไม่มีอะไร หลังจากนั้นพวกเราก็เดินไปที่โรงยิมพร้อมกัน ซอลฟาที่นั่งรออยู่แล้วกำลังกวักมือเรียกให้พวกเราให้ไปนั่งที่นั่น

“รุ่นพี่ฮารุ ชอบมาดูรุ่นพี่ชินเล่นบาสบ่อยๆใช่มั้ยละคะ”

ซอลฟาถามฉันในขณะที่กำลังนั่งดูรุ่นพี่

“เอ่อ ที่จริงฉันก็แค่ชอบบาสด้วย ฮะๆ”

อาจจะเป็นคำตอบที่พอไถๆถูไปได้ละมั้ง ถึงแม้ว่าฉันจะชอบรุ่นพี่มากๆแต่ว่าฉันก็ไม่ได้อยากให้ใครมารับรู้ แล้วฉันก็รู้สึกแปลกๆกับเธอเกินกว่าจะที่ฉันจะบอกความจริงออกไปได้

“รักใครชอบใคร ก็บอกเขาไปเถอะค่ะ ความรักจะสมบูรณ์ต้องเกิดจากความเข้าใจจากคนสองคนนะคะ”

ซอลฟาพูดด้วยใบหน้าที่ดูสดใส และดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจความรักมากกว่าฉันซะอีก

“เธอเอง ก็คงกำลังมีความรักเหมือนกันสินะ”

“จะว่ามีก็ไม่เชิงหรอกค่ะ เพราะฉันทุ่มเททุกอย่างให้กับการร้องเพลงและเล่นกีต้าร์เท่านั้น และถึงแม้ว่าอยากจะมีความรักมากแค่ไหน บางทีมันก็อาจจะเป็นไปไม่ได้”

ซอลฟาพูด และถอนหายใจออกมา ดูเหมือนว่าความรักสำหรับเธอคงจะเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้สินะ

“บางที สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ก็อาจจะเป็นไปได้ก็ได้นะ ถ้าเกิดว่าเราได้ลองทำมันสักครั้ง”

ฉันบอกซอลฟาอย่างนั้น แต่จริงๆแล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าฉันเองจะสามารถทำอย่างนั้นได้หรือปล่าว แต่แค่ตอนนี้ฉันสามารถเข้าใกล้รุ่นพี่ได้ขนาดนี้ ก็ถือว่าดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว

“อืม… ดูๆไปแล้ว ฉันน่าจะฮึดเหมือนรุ่นพี่บ้างแล้วล่ะค่ะ เพราะแม้ว่าจะเป็นโอกาสแค่น้อยนิด แต่นั่นก็อาจจะเป็นโอกาสที่เข้ามาหาเราก็ได้ จริงไหมคะรุ่นพี่ฮีโระ”

“แค่ก แค่ก”

จู่ๆฮีโระที่กำลังกินน้ำอยู่ ก็เกิดสำลักน้ำขึ้นมา

“พูดอะไรของเธอ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”

ซอลฟาหัวเราะออกมาที่เห็นฮีโระตกใจสำลักน้ำ ยิ่งดูใกล้ๆและได้พูดคุยกับเธอมากขึ้น ก็ทำให้รู้ว่าเธอเป็นคนที่น่ารัก ฉันเคยคิดว่าเธอน่าจะหยิ่ง หรือน่าจะไม่สนใจใคร แต่จริงๆแล้วเธอเป็นคนที่เข้าคนง่าย และดูเป็นมิตรมากๆ เธออาจจะไม่เป็นอย่างที่ฉันอคติก็ได้ พวกเรานั่งคุยกันได้สักพัก ซอลฟาก็ขอตัวไปซ้อมดนตรี เพราะอีกไม่นานเธอจะต้องไปแสดงในงานอะไรสักอย่าง ฉันและฮีโระหลังจากที่ดูรุ่นพี่ซ้อมบาสเสร็จ แต่ว่าน่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้คุยกันเพราะหลังจากซ้อมเสร็จชมรมบาสก็มีประชุมกันต่อ

“น่าเสียดายนะที่รุ่นพี่ไม่ได้มาส่งที่บ้าน”

ฮีโระพูดแซวฉันขึ้นเมื่อเดินกลับได้สักพัก

“ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นนะ”

“แต่ก็เอาเถอะนะ อย่างน้อยระยะห่างระหว่างรุ่นพี่กับฮารุน้อยลงเรื่อยๆแล้ว ทุกๆอย่างจะดีขึ้นในไม่ช้านะ สู้ๆ”

ฮีโระหันมาฟึดฟัดให้ฉันสู้ บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนว่าได้เคยรู้จักกับฮีโระมาเนิ่นนาน ทำไมเราถึงคุ้นเคยกันได้เร็วขนาดนี้ เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ฉันยังคงนั่งทบทวนทุกวันๆ แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้คิดเรื่องพวกนี้ต่อ ฮีโระก็พูดบางอย่างขึ้น

“มาวิ่งแข่งกันเถอะ ใครวิ่งช้าขอให้ผีหลอก หนึ่ง สอง ไป๊”

หลังจากพูดจบ ฮีโระก็วิ่งนำโด่งออกไป และอย่างที่คาดคิดฉันจะไปวิ่งแข่งกับคนที่ทั้งสูง แถมยังขายาวขนาดนั้นได้ยังไงกัน

“ฮีโระ รอฉันด้วยยยยยย”

หลังจากนั้นเวลาสี่ทุ่มก็มีข้อความจากฮีโระเข้ามา “Hero message: ทุกอย่างจะดีขึ้น Fighting”

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

รุ่งเช้าวันนี้ชั้นตื่นสายอีกแล้ว ฉันแต่งตัวแล้วรีบพุ่งออกมาจากบ้าน แต่โชคดีที่วันนี้ฮีโระมารอฉันที่หน้าบ้าน ทำไมฉันต้องกลัวด้วยนะว่าฮีโระจะไปโรงเรียนก่อนฉันและทิ้งให้ฉันเดินไปโรงเรียนคนเดียว ทั้งๆที่เมื่อก่อนฉันก็ไปโรงเรียนคนเดียวตลอด หรือเพราะความเคยชิน พอวันไหนที่ต้องเดินคนเดียวก็เลยเหงา

ในช่วงบ่ายของวันนี้พวกเรามีเรียนรวมวิชาพละซึ่งฉันไม่ชอบเอามากๆ แต่ก็จำเป็นต้องเรียน ฉันและมุนอาไปที่ล็อคเกอร์ใส่ของเพื่อเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน แต่เมื่อฉันเปิดล๊อคเกอร์ก็ต้องใจหายวาบ ฉันไม่เคยคิดว่าจะมีใครสามารถเปิดล็อคเกอร์ของฉันได้

“มีอะไรเหรอฮารุ ของหายหรืออะไร”

มุนอาเดินมาหาฉันในขณะที่ฉันกำลังยืนจ้องล็อคเกอร์ของตัวเอง กระดาษแผ่นเล็กๆนับร้อยๆแผ่นร่วงหล่นจากล๊อคเกอร์ ทุกแผ่นล้วนเป็นคำสาปแช่งจากคนๆนั้น คนที่บอกให้ฉันเลิกยุ่งกับเขา แม้ก่อนหน้านี้ฉันจะไม่ค่อยใส่ใจกับการกระทำต่างๆ แต่พอมาถึงวันนี้ ฉันเริ่มรู้สึกหนาวเย็นและคิดว่าความน่ากลัวคงเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อยๆ

“นี่มัน… บ้าไปแล้ว ไม่เป็นไรนะฮารุ”

มุนอารีบเก็บและขยำกระดาษพวกนั้นทิ้งก่อนที่คนอื่นๆจะมาเห็นมันเข้า เธอเข้ามาเขย่าตัวฉันในขณะที่ใช้ความคิดอย่างมากว่าคนที่ทำแบบนี้ได้คือใคร ฉันเริ่มอยากรู้ตัวตนของคนที่ทำแบบนี้มากขึ้นซะแล้วล่ะ

…คาบพละ…

“มีอะไรรึปล่าว สีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะฮารุ”

ฮีโระซึ่งกำลังวิ่งมาหาฉันในขณะที่เรากำลังวอร์มร่างกายกันอยู่

“ปล่าว ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่วันนี้อาจารย์จะให้เล่นบาสนี่นา ฮีโระไปวอร์มเถอะ”

“อ้อ อื้ม งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ”

“เอาละนักเรียนวอร์มร่างกายให้พร้อมนะ คาบพละวันนี้เราจะมีการแข่งขันบาสชายกัน นักเรียนหญิงเป็นกองเชียร์ ก่อนอื่นเราจะมาแบ่งเป็นสองทีม ยืนเรียงแถวตามลำดับความสูง นับ 1 และ 2 สลับกันไป ใครได้หนึ่งแยกแถวออกมา”

หลังจากที่เราได้แบ่งทีมกันเรียบร้อย ฉันกับฮีโระนับ 1 เราจึงได้อยู่ทีมเดียวกัน ส่วนมุนอานับ 2 เธอจึงได้อยู่อีกทีมหนึ่ง แต่ฉันคิดว่าเธอคงอยากนับได้เลข 1 มากกว่า เพราะเธอเอาแต่เอะอะว่าทำไมเธอถึงไม่นับลงเลข 1

ทีมนับ 1 ตอนนี้ถูกแบ่งชายหญิงเพื่อแยกหน้าที่กัน นร.หญิงกำลังนัดแนะกันเกี่ยวกับการเชียร์ ส่วนนร.ชายกำลังคัดตัวคนที่จะแข่งขันและแน่นอนว่าด้วยความสูงและรูปร่างที่เหมาะกับการเล่นกีฬาของฮีโระ เขาถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน

“คิดว่าผมเป็นรุ่นพี่สักชั่วขณะหนึ่งก็ได้นะ ฮารุจะได้มีแรงที่อยากจะเชียร์ผมบ้าง” ^^:

ฮีโระวิ่งมาหาฉันขณะที่วอร์มเสร็จก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มเล็กน้อย

“ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่หรือเป็นฮีโระฉันเต็มใจจะเชียร์อยู่แล้วล่ะน่า แถมด้วยคนที่อยู่ทีมนับ 2 ก็อยากจะเชียร์ฮีโระด้วยนะ”

ฉันหันหน้าไปทางสแตนด์ของทีมนับ 2 ซึ่งมีมุนอาอยู่ที่นั่น และชัดเจนว่าสายตาของเธอนั้นคงตามติดแต่ฮีโระอย่างแน่นอน

“ยังไงผมก็จะพยายามไม่ให้น้อยหน้ารุ่นพี่ละกัน”

พูดจบฮีโระก็วิ่งเข้าไปในสนามขณะนี้ กรรมการกำลังเป่านกหวีดให้นักกีฬามารวมตัวกันที่สนามประจำตำแหน่งของตนเอง

น่าแปลกสนามที่มีผู้เล่นถึง แต่คนที่โดดเด่นมากที่สุดคือฮีโระ ฉันเพิ่งมองเห็นเป็นครั้งแรกว่าเขาเป็นคนที่ดูดีมากเมื่อได้เล่นกีฬา ไม่ใช่เพราะความสนใจส่วนตัวเหมือนมุนอา แต่ฉันคิดว่าในเวลานี้เขาดูดีและดูเด่นไม่แพ้รุ่นพี่เลยทีเดียว ทั้งความคล่องแคล่วและไหวพริบ ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าฮีโระจะเล่นบาสเก่งมากขนาดนี้ เขาแตกต่างจากฮีโระที่ฉันรู้จัก ไม่มีรอยยิ้มที่ขี้เล่นอยู่ในนั้น แต่กลับกลายเป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจเล่นอย่างมาก ฮีโระหันมายิ้มให้ฉันในขณะที่เขาได้ลูก จู่ๆสายตาและหัวใจของฉันก็จดจ่ออยู่กับฮีโระโดยที่ไม่รู้ตัว ตึกตัก ตึกตัก ทำไมนะบางขณะฉันแทบหยุดหายใจเมื่อฮีโระได้ลูก ทำไมฉันต้องแอบลุ้นอยู่ในใจลึกๆว่าอยากให้เขาทำแต้ม มันไม่ใช่ความรู้สึกที่เป็นภาพซ้อนของรุ่นพี่เหมือนครั้งอื่นๆแต่ตอนนี้ฉันเห็นฮีโระที่เป็นฮีโระ เขาเป็นคนที่โดดเด่นและน่าสนใจกว่าคนอื่นๆในสนาม ฉันหวังว่านี่จะเป็นเพราะฉันลุ้นกับการแข่งของทีมตัวเองมากเกินไปเท่านั้น ฮีโระเป็นเพื่อนของฉันและเป็นคนมุนอาชอบ ส่วนคนที่ฉันชอบเพียงคนเดียวคือรุ่นพี่ ได้โปรดอย่าสับสนไปมากกว่านี้เลยนะ

ปี๊ดดดดด

การแข่งขันได้จบลงแล้ว และผลที่ออกมาก็คาดเดาได้อย่างง่ายดาย ทีมนับ 1 เอาชนะไปได้ ตอนนี้ฮีโระกลายเป็นคนที่รับความสนใจอย่างมาก เพราะออร่าของเขาเปล่งประกายมากเหลือเกินขณะที่แข่ง

“ครูไม่คิดว่าเธอจะเล่นบาสได้ดีขนาดนี้นะฮีโระ เสียดายที่เธอเป็นแค่นักเรียนแลกเปลี่ยน ถ้าเธอย้ายมาประจำที่นี่ครูจะดันให้เธอกลายเป็นนักกีฬาของโรงเรียนและคงดันไปให้ไกลกว่านี้”

“ผมไม่ได้สนใจขนาดนั้นหรอกครับอาจารย์ ผมแค่ทำในสิ่งที่ผมชอบและทำเพื่อคนที่ชอบมัน”

ฮีโระพูดขณะหันมามองที่ที่ฉันและมุนอายืนอยู่

“นั่นฮีโระคงไม่ได้หมายถึงฉันหรอกใช่มั้ย ฮารุ”

มุนอาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากฉันพูดขึ้น ฉันได้เพียงแต่ยิ้มน้อยๆเพราะตอนนี้ฉันเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ฮีโระพูดหมายถึงใคร แต่เมื่อฉันได้ยินประโยคที่บอกว่านักเรียนแลกเปลี่ยนมันทำให้ฉันใจหายมาก ฉันลืมไปซะสนิทว่าฮีโระไม่ใช่นักเรียนของที่นี่ เขามาเพียงแต่เทอมเดียว

“ฮีโระนายสุดยอดมากเลย ฉันไม่คิดว่านายจะเก่งมากขนาดนี้นะเนี่ย”

“ฉันก็เพิ่งเห็นประกายออร่าที่ออกมาจากนายก็ตอนที่นายลงสนามนี่ล่ะ เฮ๊อ ทำยังไงดีล่ะ นายทำเอาพวกเราแทบคลั่งเลยนะ”

พวกเพื่อนๆทั้งชายและหญิงกำลังรุมล้อมฮีโระพวกเขาต่างชื่นและทึ่งกับความสามารถของฮีโระมากๆ ฮีโระปลีกออกมาจากเพื่อนๆเหล่านั้นและมุ่งตรงมาหาฉันและมุนอา

“แล้วฮารุล่ะจะไม่ชมผมหน่อยเหรอ ผมพยายามเต็มที่เลยนะ ฮารุมองเห็นหรือปล่าว”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บวกกับการเต๊ะท่าเหมือนกับว่าเขาเป็นนักบาสที่เก่งที่สุดในโลกของฮีโระทำเอาฉันอดหัวเราะออกมาไม่ได้

“ผมเก่งขนาดนี้ ฮารุยังจะหัวเราะอีกเหรอ”

เขาเอามือมาจับที่หัวของฉันและขยี้ผมของฉันเบาๆ จนฉันต้องยอมยกนิ้วและบอกเขาว่าฉันในเห็นในความสามารถที่ซ่อนในตัวเขาอย่างชัดเจน และบอกเขาว่าตอนที่เล่นบาส ฉันรู้สึกเหมือนเขามีแสงสว่างออกมารอบๆตัว แถมยังติดปีกบินได้อย่างคล่องแคล่วซะด้วย

“อย่าลืมว่าฉันก็ยังยืนอยู่ที่นี่ด้วยทั้งคนนะ ทำไมพวกเธอเห็นฉันแค่เป็นตอไม้แบบนี้ล่ะ สนใจฉันบ้างสิ”

มุนอาดูสีหน้าไม่ค่อยดีจริงๆ ฉันก็ลืมตัวว่าไม่ควรหยอกล้อกับฮีโระให้เธอต้องน้อยใจ

“เอ่อ ขอโทษนะมุนอา ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

ฉันรีบเอ่ยขอโทษกับเธฮทันทีเพราะรู้ว่าเธอคงน้อยใจอย่างมาก

“มุนอานับ 2 แต่ก็แอบเผลอใจมาเชียร์ผมเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ เป็นเด็กดีจังเลยนะ”

“เห็นด้วยเหรอว่าฉันสนใจเชียร์แต่ฮีโระด้วย นึกว่าไม่เห็นซะอีก ถ้าไม่เห็นละก็ฉันจะต้องรู้สึกน้อยใจมากแน่ๆ”

“โอ๋ๆ อย่าน้อยใจเลยนะเด็กน้อย”

ฮีโระใช้สองมือจับที่หัวของมุนอาจนผมของเธอยุ่งเล็กน้อย ทั้งสองคนดูสนิทกัน มุนอาสามารถพูดและแสดงความรู้สึกของเธอออกมาได้อย่างตรงๆและหวังว่ามันจะตรงใจของฮีโระด้วย

“ผมฉันยุ่งหมดเลย ฮีโระแกล้งฉันเหรอ”

“ปล่าวนะ ไหนดูสิ เอ… ผมมุนอาฟูเองนะจะมาโทษผมไม่ได้ล่ะ”

ฮีโระหยอกมุนอาเล่นจนเธอชักจะหมั่นไส้และวิ่งไล่ตีฮีโระ ดูไปดูมาพวกเขาเล่นกันเหมือนยังเป็นเด็กประถมยังไงยังงั้น ระหว่างที่วิ่งหนี ฮีโระวิ่งมาคว้ามือฉันและบอกให้ฉันวิ่งหนีมุนอากัน ระหว่างที่ฉันถูกฮีโระกระชากให้วิ่งนั้น รุ่นพี่ชินซึ่งกำลังจะเดินไปเรียนที่อีกตึกหนึ่งก็เดินสวนมาเจอพอดี

“แล้วเล่นอะไรกันอยู่ ดูท่าทางจะสนุกเชียว”

รุ่นพี่ถามขึ้นในขณะที่สายตาก็มองมาที่ฮีโระซึ่งจับข้อมือของฉันไว้อยู่ ฮีโระเองก็คงเพิ่งจะรู้ตัวว่าเขาจับข้อมือของฉันไว้จึงค่อยๆปล่อยมือจากฉัน

“วันนี้พวกเรามีเรียนพละน่ะค่ะรุ่นพี่ สนุกมากๆเลย”

มุนอาซึ่งอยู่ด้านหลังของฉันและฮีโระพูดขึ้น

“เหรอ งั้นวันนี้ตอนเย็นไปโรงยิมกันไหม”

“เอ่อ ค่ะ ฉันจะไปค่ะ”

ฉันตอบรุ่นพี่ไปด้วยความมั่นใจ เมื่อก่อนตอนที่ฉันได้แต่แอบมองรุ่นพี่ ฉันไม่สามารถพูดมันออกมาได้ แต่ครั้งนี้ฉันอยากจะทำมันให้ดีที่สุด อยากพูดและทำในสิ่งที่ฉันอยากทำ ฉันจะพยายาม

“ถ้างั้นเจอกันที่โรงยิมนะ”

รุ่นพี่อมยิ้มแล้วเดินจากไป ส่วนฮีโระก็ขอตัวไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า มุนอากระซิบบอกฉันเบาๆ

“ฉันว่างานนี้มีลุ้นแล้วล่ะ”

“เอ๋ มีลุ้นอะไรเหรอ”

“ก็ดูเหมือนว่ารุ่นพี่จะเริ่มสนใจฮารุแล้วน่ะสิ”

สนใจฉันเนี่ยนะ มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลย เราเพิ่งได้คุยกันเมื่อไม่กี่ครั้งนี้เอง

“เพราะฉันเห็นความผิดปกติทางสายตาของรุ่นพี่ได้ เขาต้องแอบหึงฮารุกับฮีโระอย่างแน่นอนเลย”

ว่าแล้วก็หน้าแดงเหมือน “ยัยสตอเบอรี่” ซะงั้น -^^-

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

>>> The secret of memory : วันวานกับความทรงจำ <<<

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

นิยายรักหวานแหวว โดย : Pk.Sunfany
Facebook Fan : https://www.facebook.com/sunksong

Loading...